"ข้างครู" เป็นชื่อหนังสือที่จัดทำขึ้นในวาระครบรอบ ๘๐ ปี ของ อ.พิชัย วาสนาส่ง ซึ่งบันทึกและเรียบเรียงโดย คุณปวีณา สิงห์บูรณา
ต้องบอกกันตามตรงว่า ผมได้อ่านหนังสือเล่มนี้ไปแค่เพียง ๑๑ หน้า จาก ๑๗๖ หน้าของจำนวนหน้าทั้งหมดเท่านั้น แต่ด้วยความเชื่อมั่นในคุณภาพของเจ้าของเนื้อหาอย่าง อ.พิชัย อย่างเต็มเปี่ยม เลยต้องรีบออกมาชักชวนให้ใครต่อใคร ได้รีบไปหยิบไปหามาอ่านด้วยกัน
๑๑ หน้าที่ผมได้อ่านไปนั้น เป็นส่วนตอนต้นของหนังสือ และเป็นเพียงส่วนเดียวในหนังสือเล่มนี้ที่อ.พิชัย ได้เป็นผู้ถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือด้วยตัวท่านเอง ท่านเล่าเรื่องเปิดเล่มด้วยการกล่าวถึง "ครู" หลาย ๆ ท่าน ที่เคยอบรมสั่งสอนท่านมา
ใจความ ๒ อย่างที่ถูกใจผมเป็นอย่างมากก็คือ
๑. การเรียนอะไร ต้องเรียนให้รู้จริง ให้เข้าใจถึงที่มา ว่ามาอย่างไร เหตุใดจึงเป็นมาอย่างนั้น รวมถึงต้องเข้าใจถึงที่ไป ด้วยว่า ในเมื่อมีจุดเริ่มต้นมาอย่างนี้ จะมีหนทางไปต่อได้อย่างไรบ้าง
เหตุที่ใจความส่วนนี้โดนใจผมเป็นอย่างมาก็เพราะว่า เป็นคนที่มีความรู้สึกว่า จุดอ่อนในชีวิตก็คือ การที่ยังไม่สามารถทำให้ตนเองรู้จริงในสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ให้ถึงขนาดได้
จึงได้คิดว่า ความข้อนี้คงจะเป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยเตือนใจของตัวเองได้
ส่วนความอีกข้อหนึ่งนั้นก็คือ
๒. กระบวนการ หรือวิธีการสอนเกี่ยวกับเรื่องผลของการกระทำความผิด โดยอ.พิชัยได้เล่าถึงวิธีการทำโทษและยกย่องชมเชยนักเรียน ของครูท่านหนึ่งของท่านว่า หากนักเรียนคนไหนกระทำความดี คุณครูก็จะนำชื่อของนักเรียนคนนั้น ไปแปะไว้บนกระดานกรอบสุวรรณ (ทอง) หน้าห้อง
ส่วนถ้านักเรียนคนไหนกระทำความผิด หรือสิ่งไม่ดี คุณครูก็จะนำชื่อไปแปะไว้บนกระดานเช่นเดียวกัน แต่คราวนี้ชื่อจะไม่ได้อยู่บนกระดานกรอบสุวรรณ เช่นเดียวกับนักเรียนที่ทำความดี หากแต่ชื่อจะต้องระหกระเหินไปอยู่บนกระดานกรอบสุวาน (หนังหมา) แทน
เช่นนี้ ก็จะทำให้นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจในการกระทำความดี และความละอายต่อการกระทำชั่วหรือไม่ดี ไปได้พร้อม ๆ กัน
ซึ่งความในข้อหลังนี้ เป็นประเด็นให้ชวนขบคิดได้ต่อว่า หากจะนำวิธีเดียวกัน มาปรับใช้กับการสอนแก่นักเรียน นักศึกษาในปัจจุบันนั้น จะสามารถใช้งานได้อย่างเกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลหรือไม่
เพราะเป็นที่รู้กันอยู่โดยทั่วไปว่า วิถีของสังคม แนวคิดของเด็กในปัจจุบัน ได้เปลี่ยนแปลงและอยู่ในบริบทที่แตกต่างไปจากเดิมค่อนข้างมาก
อย่างไรก็ตาม เพียงเนื้อหาที่นำมาเล่าตรงนี้ ก็พอจะทำให้เห็นถึงจุดกำเนิดหรือที่มาของลักษณะความรอบรู้ที่ใครต่อใครไม่ว่าแวดวงไหน ก็ล้วนแต่เห็นพ้องต้องกันว่าอ.พิชัยนั้น เป็นผู้ที่มีความรอบรู้ในศาสตร์ ในแขนงต่าง ๆ เป็นอันมาก ถึงขนาดที่คุณบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา กล่าวว่า อ.พิชัย "เป็นห้องสมุดเคลื่อนที่ที่รอบรู้ทุกเรื่องทั้งด้านศาสตร์และศิลป์"
รวมถึงจุดเริ่มต้นในการปฏิบัติตนให้เป็นบุคคลที่เป็นสุภาพบุรุษ เป็นแบบอย่างในการดำรงตน ดำรงชีวิตของบุคคลรุ่นหลังในสังคม
โดยผมมองเห็นว่า "ครู" ของท่านอ.พิชัย ถือเป็นครูที่มีพระคุณมากล้น ที่ให้ทั้ง "องค์ความรู้" ทั้งส่วน "วิชาการ" และ "วิชาชีวิต" และในขณะเดียวกัน ก็ยังได้สอนวิธีการ "แสวงหาองค์ความรู้" ไปด้วยพร้อม ๆ กัน
และนี่คงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ "ข้างครู" ที่ผมนำมากล่าวถึง และอยากให้เราท่านทั้งหลาย ได้ลองไปพลิกอ่านดูสักเล็กน้อย เผื่อจะทำให้ท่านเป็นถึงลักษณะและความรู้อันน่าประทับใจ และน่าเอาเยี่ยงอย่างของอ.พิชัย วาสนาส่งบ้างไม่มากก็น้อย ที่มากไปกว่านั้น อาจทำให้ท่านทั้งหลาย ได้หวนระลึกถึงคุณ (ของ) ครู ที่เคยพร่ำสอนเรามาบ้างก็เป็นได้ครับ.
ภาพปกหนังสือ "ข้างครู" จาก se-ed.com